
คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่คนที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้านก็ตามก็คงเคยได้ยินเสียงที่บอกว่า “การเลี้ยงสัตว์ในบ้านนั้นส่งผลเสียต่อเด็ก” กันไม่มากก็น้อย และประเด็นที่หยิบยกมาให้ปวดสมองอีกเรื่อง ก็คือ “โรคภูมิแพ้” โดยเฉพาะ “การแพ้ขน” ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว จนบางบ้านหันไปเลี้ยง ปลาทอง อีกัวน่า และงู แทน เพราะไม่มีขน (มันใช่เหรอ … 555 ปรากฎงูเขมือบลูกไปแทน 555)
มามะ … วันนี้พ่อหมอจะมาคลายข้อสงสัยให้ฟัง
อันดับแรก … เอาการศึกษาที่ดูชัด ๆ ก่อน เขาพบว่า บ้านที่เป็นฟาร์ม หรือไปเที่ยวฟาร์ม (farm exposure) สามารถ “ลด” โอกาสการเกิด “โรคภูมิแพ้” ในภาพรวมได้ (อันนี้พ่อหมอเคยเขียนไปแล้วในเรื่องของการลดภูมิแพ้จาก AAAAI guideline)
มองในอันดับแรก … การเล่นกลางดินกลางทราย และเจอสัตว์ทั่วไป ทำให้ลูก “ลด” โอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ นี่เป็นเหตุที่เราควรพาเขาไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมนอกบ้านบ้างครับ
ประเด็นที่สอง … มีการศึกษาที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Antrozoos ปี 2017 โดยเก็บข้อมูลในเด็กมากกว่า 2,200 คนในมลรัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา พบว่าการเลี้ยง “สัตว์เลี้ยงในบ้าน” นั้นส่งผล “เชิงบวก” ต่อ
– physical activity (การเคลื่อนไหวร่างกาย)
– Empathy skills (ความเห็นอกเห็นใจ)
– Mental wellbeing (สุขภาพจิตที่ดี)
แต่ไม่ได้มีผลบวกต่อสุขภาพโดยรวมนะจ๊ะ หมายความว่า บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงไม่ได้ทำให้ “สุขภาพ” ของลูกดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่ามีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพที่ดีกว่า … แต่ที่แน่ ๆ คือ สัตว์เลี้ยงไม่ได้ทำให้อ่อนแอหรือป่วยง่ายแต่อย่างใด …
อันดับที่สาม … นิตยสาร TIMES เคยเขียนถึงหัวข้อ “Why Dogs and Cats Make Babies Healthier” (ทำไม หมาแมวจึงทำให้เด็กสุขภาพดีขึ้น) เพราะเขาอ้างอิงการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงใน Pediatrics ที่พบว่า เด็กที่เติบโตในบ้านที่มีหมาหรือแมวนั้น มีแนวโน้มที่จะ “ป่วยน้อยกว่า” บ้านที่ไม่ได้เลี้ยงหมาแมว
นอกจากนั้นยังมีการศึกษาอีกหลายอันที่สนับสนุนว่า เด็กที่โตมาในบ้านที่เลี้ยงสัตว์ … มีอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้ “น้อยกว่า”
กระทั่งการศึกษาในหนูทดลองเอง ยังพบว่า หนูที่สัมผัส “ฝุ่น” ในบ้านที่เลี้ยงหมา (household dust from homes with a dog) ช่วย “ป้องกัน” หนูจากการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดได้ … และอาจจะเอามาตีความในคนได้ เพราะการติดเชื้อไวรัสหวัดต่าง ๆ เหล่านี้จะ “เพิ่ม” โอกาสในการเกิดโรคหอบหืดในเด็กได้
แต่สัตว์เลี้ยงช่วยป้องกันการเกิดการติดเชื้อเหล่านี้ “อย่างไร” … ยังไม่มีใครรู้ครับ แต่จากข้อมูลบอกว่า มันช่วยป้องกันการติดเชื้อได้
โดยสรุป คือ
“สัตว์เลี้ยง … ไม่ได้ทำให้ป่วยง่าย”
“สัตว์เลี้ยง … ช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้”
ยกเว้นลูกโชคร้ายแพ้ขนหมาแมว อันนั้นก็ต้องไม่เลี้ยงครับ แต่ต้องบอกว่า การเลี้ยงหมาแมว ไม่ได้เพิ่มโอกาสการแพ้ขนนะจ๊ะ
(งงไหมเนี่ย … ตามพ่อหมอทันเนอะ)
“สัตว์เลี้ยง … อาจช่วยทำให้สุขภาพของเด็กในบ้านดีขึ้น”
แต่ที่แน่ ๆ การเลี้ยงสัตว์ จะช่วยให้ลูกคุณมีความโอบอ้อมอารีย์ และมีเมตตามากขึ้น รวมถึงส่งผลดีต่อ EQ ของลูกหลานอย่างแน่นอน
#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
ผู้ซึ่งมี หมาหน้าตายียวนกวนประสาทเดินไปมาในบ้าน
และอึประชดเป็นนาน ๆ ที หากไม่ได้พาเธอไปเดินเล่นตรงเวลา ชิ …
ขอขอบคุณข้อมูลจาก fb : เลี้ยงลูกตามใจหมอ
เหตุผลดีๆ ที่เด็กควรเลี้ยงสัตว์ 
คุณเคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงซักตัวหรือเปล่า…? ถ้าไม่เคย รู้หรือเปล่าว่าการมีสัตว์เลี้ยงมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆ นั้นเป็นโอกาสที่ดี ที่จะช่วยเสริมพัฒนาการและสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่สมาชิกตัวน้อยในครอบครัวของคุณดังนี้
ᴥ สัตว์เลี้ยงเสริมเรียนรู้ กว่า 93% ของเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงมีผลด้านบวกต่อพัฒนาการหนูน้อย โดยทำให้เด็กๆ รู้จักความรับผิดชอบ และช่วยปรับพฤติกรรมให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น
ᴥ สัตว์เลี้ยงสร้างความสุข น้องหมาน้องแมว สร้างความสุขให้กับเด็กๆ ช่วยเรียกร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับเด็กๆ ได้เสมอ และน้องหมาก็ยังเป็นเพื่อนรักอันดับหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่เลือกให้มาเป็นเพื่อนของเด็กๆ
ᴥ สัตว์เลี้ยงสร้างสมาธิ สัตว์เลี้ยงตัวน้อยช่วยสร้างสมาธิให้กับเด็กๆ ทำให้มีสมาธิ และโฟกัสกับการทำการบ้านของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งน่าจะดีกว่าการเอาแต่เล่นเกมส์บนสมาร์ทโฟน หรือดูแต่แทปเล็ตเป็นไหนๆ
ᴥ สัตว์เลี้ยงสร้างสุขภาพ นอกจากการเลี้ยงน้องหมาน้องแมว จะช่วยให้เราและเด็กๆ มีกิจกรรมขยับแข้งขาใช้พลังงานกันเป็นประจำแล้ว ยังมีรายงานการศึกษาของคุณหมอ Dennis Ownby จาก Medical College of Georgia ใน Augusta ว่าการมีสัตว์เลี้ยงหลายๆ ตัวในบ้าน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาภูมิแพ้ในเด็กๆ ได้ แม้จะยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัดว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แต่คุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะลดความกังวลไปได้บ้าง
ᴥ สัตว์เลี้ยงสร้างสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นหนึ่งสิ่งดีๆ จากการเลี้ยงสัตว์ที่ใครๆ มักจะนึกไม่ถึง เพราะสัตว์เลี้ยงจะทำให้ครอบครัวมีกิจกรรมที่ทุกคนต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่แค่เพียงการพาน้องหมาไปเดินเล่น แต่เป็นการดูแลที่ทุกคนช่วยกัน เช่น อาบน้ำ แปรงขน นี่จึงเป็นเวลาพิเศษที่ทุกคนจะได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากชั่วโมงเร่งรีบ กลับมาสู่ชั่วโมงสุขสันต์กับทุกคนในครอบครัว
ข้อดีมากมายขนาดนี้ ลองเลือกสัตว์เลี้ยงที่ใช่สำหรับครอบครัว มาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านอีกสักตัวก็น่าจะดีไม่น้อย และไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดไหน ก็อย่าลืมคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่เลี้ยง และนิสัยของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิด แต่ละสายพันธุ์ ว่าเข้ากับเราได้ดีแค่ไหน เพราะเค้าจะต้องอยู่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราและเด็กๆ ไปอีกนาน
ที่มา : http://www.telegraph.co.uk/pets/if-you-have-children-you-should-get-a-pet/
Bill Strickland. The Benefits of Pets. Parents Magazine. March 2008.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก fb : RoyalCaninThailand